2007/Mar/30

ห้าโมงเย็นเเล้ว เเต่แสงตะวันยังคงทอเเสงเหมือนไม่เคยเหนื่อยล้า ณ สถานที่เเห่งนี้ สวนสาธารณะใหญ่กลางใจเมือง มีม้านั่งไม้สีน้ำตาลถูกตั้งอยู่เเทบทุกจุด เเม้กระทั่งบนพื้นหญ้าเเละริมทางเดินที่ราดด้วยหินบดเรียบสีเเดงเหลือดนกจางๆ (ที่ไม่มีสีสด เหมือนก่อนที่เริ่มทำใหม่ๆ) บรรยกาศที่ร่มเย็น ที่มีผลกมาจากต้นไม้ใหญ่ที่สูงเกือบ ๑๐ เมตร หรืออาจสูงมากกว่านั้น บ้างก็ยืนโดดเดี่ยว บ้างก็ยืนกันเป็นพุ่มๆก่อให้เกิดร่มไม้ภายใต้กิ่งก้านเเละใบที่เเผ่สาขา เพื่อให้ร่มเงากับผู้คนที่นั่งสนทนากันตรงม้านั่งใต้พุ่มไม้ใหญ่นั้น

สวนเเห่งนี้ จัดได้ว่าเป็นสวนเเห่งความสุขของคนกรุงเลยก็ว่าได้ ที่นี้ไม่ได้มีเเต่ม้านั่งเก้งก้างเท่านั้น เเต่ยังมีบริเวณที่เป็นสวนสนุกเล็กๆของเด็กๆที่ตอนนี้รู้สึกเหมือนว่าพวกเขาจะอยู่ในช่วงปิดภาคเรียน บริเวณนี้มีลักษณะเป็นกระโจมสีชมพูที่กั้นด้วยกระจกเเผ่นใส่ ทำให้ผู้คนด้านนอกได้มองเห็นเครื่องเล่นที่หน้าตาลักษณะเเตกต่างกันออกไป มีเด็กๆพร้อมรอยยิ้มนั่งอยู่บนตัวประหลาดนั้น ตัวประหลาดที่หลายๆคนสมญานามมันว่าม้าหมุน หมุนไปรอบๆเเกนสีชมพูครั้งเเล้วครั้งเล่า เด็กโบกมือให้ผู้ปกครองที่นั่งมองมาด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุขอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนข้างๆกระโจม

ห่างจากกระโจมเพียง ไม่กี่ก้าว เป็นที่ตั้งของร้านสารพัดนึก มีทั้งชา กาเเฟ เเละของว่าง รวมทั้งของกินมากมาย พวกเราเรียกที่นี้ว่า Café terrière เเต่ฉันคิดว่ามันเหมือนร้านอาหารซะมากว่า

ที่นี้ วันนี้ มีเสียงเพลงโอเปร่า ที่ดังมาจากเครื่องเสียงอีกฝั่งหนึ่งของสวน เสียงเพลงที่ดังก้อง เหมือนจะขับกล่อมผู้คนที่มาพักผ่อนให้คลายความตรึงเครียดขึ้นมาบ้าง คงเป็นเสียงเพลงจากกลุ่มนักเต้น นักเเสดงละครโอเปร่า ที่มาอาศัยบรรยกาศเย็นๆที่นี้ ได้ฝึกซ้อม เตรียมตัวก่อนขึ้นเวที

อีกสิบห้านาทีจะหกโมงเเล้ว พระอาทิตย์ซ่อนกายอยู่หลังเมฆกลุ่มใหญ่สีขาว บรรยากาศเเบบนี้เเหละที่ฉันชอบที่สุด เพราะมันเป็นบรรยากาศที่ร่มรื่นด้วยเงาเมฆที่ทอดมาสู่พื้นโลก เเสงเเดดเเสบทรวงได้ลดอิทธิ์ฤทธิลงบ้างเเล้ว เสียงดนตรีดูเหมือนจะหยุดไปเเล้ว อากาศก็ไม่ร้อนมากนัก เเต่ฉันก็เลือกที่จะนั่งม้านั่งใต้ไม้ใหญ่ใกล้ๆกับน้ำตกรอดถ้ำเล็กๆๆ เป็นสระน้ำไหล ที่มีลักษณะเหมือนสายน้ำที่ตกจากที่สูงตกผ่านอุโมงค์ของถ้ำที่อยู่ข้างใต้ เสียงสายธารน้ำใสเหมือนเสียงเพลงที่ขับกล่อมให้ใจเย็น กอปรกับเสียงนกที่เจื้อยเเจ้วเป็นจังหวะๆ น้ำที่ตกกระทบพื้นน้าข้างล่างก่อให้เกิดไอน้ำเย็นที่เเผ่กระจายบริเวณรอบๆ รวมถึงที่ที่เรานั่งอยู่นี้ด้วย

ฉันนั่งอยู่บนม้านั่งยาวเพียงตัวเดียว ทั้งๆที่ใจนั้นอยากให้ใครคนหนึ่งที่เฝ้ารอมานั่งที่ข้างๆตรงนี้ ห่างจากม้านั่งของฉันเป็นม้านั่งที่มีคุณลุงสวมเเว่นอายุราวๆห้าสิบเศษๆ ที่กำลังง่วนอยู่กับการอ่านหนังสือพิมพ์ ตรงข้ามกับม้านั่งของฉันไปสองที่นั่ง คือหนุ่มสาวอายุราวๆ สิบหกสิบเจ็ดปี เด็กหญิงนอนหนุนตักเด็กชาย ดูเป็นฉากน่ารักกุ๊กกิ๊กซะมากกว่าฉากอนาจาร หากคนที่คุ้นเคยวัฒธรรมของฝั่งตะวันออกนี้ ภาพนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาเอาม๊ากมาก เเต่กระนั้นคุณลุงข้างๆก็ยังไม่วายชายตามองทั้งคู่บ่อยครั้ง หากพวกเขาไม่ทำอะไรปะเจิดประเจ้อก็คงไม่ผิดออะไรหรอก เพราะพวกเขาเพียงเเค่ต้องการความเป็นส่วนตัวเท่านั้น เเละในสายตาของหนุ่มสาวฝรั่งเศสที่นี้ดูจะเป็นที่เหมาะสมที่สุด ถึงเเม้จะดูเหมือนพวกเขาจะอยู่ในโลกส่วนตัว เเต่ฉันก็ไม่เคยสังเกตเห็นว่า สองคนนี้มีท่าทีที่ประเจิดประเจ้อ อย่างมากที่เห็นคือ จับมือประสานกัน หัวเราะสนุกสนาน พูดคุยหยอกล้อคำหวาน บอกเล่าเรื่องราวต่างๆมากมายซึ่งกันเเละกัน ซึ่งตามปกติที่เห็นทั่วไปตามท้องถนน ภาพวัยรุ่นเป็นคู่ๆ ที่เเสดงความรักต่อกัน คนธรรมดาเเทบต้องหันหน้าหนี

เสียงเพลงโอเปร่าเริ่มบรรเลงอีกครั้ง เเต่กระเเสเสียงที่เข้ามาในหูไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีเสียงนกขับขาน เสียงน้ำตกที่ไหลเป็นธารน้ำเย็น นอกจากนั้นยังมีเสียงของลูกบาสถูกกระทบพื้นโดยหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งที่นั่งถัดจากม้านั่งของฉันเพียงเเต่ไม่กี่เมตรทางขวามือ

ผู้คนเเล้วผู้คนเล่าเดินผ่านไปผ่านมา เด็กชายตัวน้อยถูรถเข็ญที่มีเด็กหญิงตัวเล็กๆนั่งอยู่ คงเป็นน้องสาวกระมัง ตามหลังมาติดๆเป็นกลุ่มเเม่ๆกระมัง มีคุณยายจูงหมาน่ารักขนปุยออกมาเดินเล่น เดินสวนกันไป ผู้หญิงหน้าตาเอเชียคล้ายญี่ปุ่นหรือจีนเข็นรถนั่งเด็ก เดินตามเด็กชายหน้าตาลูกครึ่งผสมเอเชียยูโรปที่เดินเตอะเเตะมาทางน้ำตก เวลาเช่นนี้เป็นเวลาทำงาน เเต่ผู้คนที่เห็นกันอยู่ที่นี้ คงอยู่ในช่วงพักร้อนเป็นเเน่ เพราะเวลาทำงานที่นี้เริ่มตั้งเเต่เเปดโมงเช้าถึงเที่ยง เเละเริ่มอีกที สิบสี่นาฬิกาถึงสิบเก้านาฬิกา

เสียงดนตรีขาดหายไปเป็นระยะๆ ฟ้าครึ้มเหมือนเมฆจะมารวมตัวกันมีลมพักมาเป็นระลอก หนุ่มสาวคู่ตรงข้ามดูเหมือนจะเตรียมตัวที่จะกลับออกไปเเล้ว ดูๆไปเเล้วคู่นี้น่ารักกันดีจัง ดูผู้ชายท่าทางเอาอกเอาใจ เเเละเเสดงความห่วงใยต่อหญิงสาวอย่างเปิดเผย น่าอิจฉาจริงๆ มันทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่า ณ ที่เเห่งนี้ ฉันเคยมาเดินเเล้วครั้งหนึ่งกับ

ติดตามกันตอนต่อไปนะคะ

Comment

Comment:

Tweet